<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
<channel>
<title>ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2562</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1039</link>
<description/>
<pubDate>Mon, 25 May 2026 02:08:04 GMT</pubDate>
<dc:date>2026-05-25T02:08:04Z</dc:date>
<item>
<title>ไขเคลือบผลไม้ย่อยสลายได้ที่ผลิตจากไขมันที่แยกได้ จากน้ำเสียอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์ม</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1070</link>
<description>ไขเคลือบผลไม้ย่อยสลายได้ที่ผลิตจากไขมันที่แยกได้ จากน้ำเสียอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์ม; Formulating of Fruit Coating Wax by Using Fat from Palm Oil Industrial Wastewater as Raw Materials
Juthamanee Sangsawang | จุฑามณี แสงสว่าง; Onanong Phewnil | อรอนงค์ ผิวนิล; kasem Chunkao | เกษม จันทร์แก้ว; Paiboon Prabuddham | ไพบูลย์ ประพฤติธรรม; Saranya Khunandilok | ศรันยา คุณะดิลก; Wallop Arirop | วัลลภ อารีรบ
ไขมันที่แยกได้จากน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์มถูกแยกออกมาโดยการหมุนเหวี่ยง ในอัตราส่วนระหว่างน้ำเสียต่อกรดอะซิติก 5% เท่ากับ 3:1 ความเร็ว 3,000 รอบต่อนาที เป็นเวลา 15 นาที ได้ส่วนผสมที่แยกตัวออกเป็น ชั้นบนสุด คือ ชั้นไขมัน ชั้นกลาง คือ ชั้นของเหลว และชั้นล่างสุด คือ ชั้นตะกอน นำไขมันชั้นบนสุดออกมาทำความสะอาดโดยการหมุนเหวี่ยงในอัตราส่วนไขมันต่อน้ำเปล่า เท่ากับ 1:1 ความเร็ว 3,000 รอบต่อนาที เป็นเวลา 15 นาที 3 ซ้ำ นำส่วนผสมที่แยกชั้นแล้วแช่เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส แยกไขมันที่ทำความสะอาดแล้วออกมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไขเคลือบผลไม้ (TH-ENV wax) ความเข้มข้นของเหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) และสังกะสี (Zn) ลดลงเมื่อหมุนเหวี่ยง แต่ความเข้มข้นของทองแดง (Cu) และอลูมิเนียม (Al) เพิ่มขึ้น เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) และสังกะสี (Zn) ในไขมันที่ทำความสะอาดแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับในไขมันที่แยกได้ก่อนทำความสะอาด มีความเข้มข้นลดลงอย่างมากโดยเหล็กลดลง 65.34% แมงกานีสลดลง 67.99% ทองแดง ลดลง 69.73%และสังกะสีลดลง 25.64% ส่วนอลูมิเนียมไม่ถือว่าเป็นโลหะหนักที่มีพิษ นำไขมันที่ผ่านการล้างทำความสะอาดมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไขเคลือบผลไม้ TH-ENV wax ที่มีส่วนผสม ได้แก่ ไขมันที่แยกได้จากน้ำเสีย 30% สารสกัดใบสาบเสือ 5% แป้งท้าวยายม่อมละลายน้ำในอัตราส่วน 3:1 10% ไคโตซาน 5% น้ำ 50% และเติม Triton X-100 จำนวน 10 หยด ต่อส่วนผสม 200 มิลลิลิตร เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของ TH-ENV wax ต่อการยับยั้งการสุกงอมของตัวอย่างกล้วย โดยศึกษาค่าเฉลี่ย CO2 และค่าเฉลี่ย C2H4ที่ตัวอย่างกล้วยปลดปล่อยออกมาใน 1 ชั่วโมงทั้งกล้วยที่มีระยะการจัดเก็บทั้ง 1 วัน 3 วัน และ 5 วัน ผลจากการทดลองพบว่าประสิทธิภาพในการยับยั้งการปลดปล่อย CO2และ C2H4ของ TH-ENV wax ไม่แตกต่างจาก Commercial wax อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01เมื่อจัดเก็บไว้ 5 วัน มีการเสื่อมสภาพ มีการเปลี่ยนแปลงสีเปลือกผิวเปลือกและการเพิ่มขึ้นของความนิ่มของเนื้อผลไม้มากขึ้นในกล้วยที่เคลือบด้วย TH-ENV wax ส่วนกล้วยที่เคลือบด้วย commercial waxยังไม่เริ่มเสื่อมสภาพ ส่วนกล้วยที่ไม่ได้เคลือบด้วย coating wax เริ่มเสื่อมสภาพในวันที่ 3
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2019 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1070</guid>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การเปรียบเทียบตัวแบบพยากรณ์ราคาสุกรมีชีวิต</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1069</link>
<description>การเปรียบเทียบตัวแบบพยากรณ์ราคาสุกรมีชีวิต; A Comparison of Forecasting Models of Live Swine Price
Warangkhana Riansut | วรางคณา เรียนสุทธิ์
วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้คือ การเปรียบเทียบตัวแบบพยากรณ์ราคาสุกรมีชีวิต 4 วิธี ได้แก่ วิธีบอกซ์-เจนกินส์ วิธีการปรับเรียบด้วยเส้นโค้งเลขชี้กำลังของโฮลต์ วิธีการปรับเรียบด้วยเส้นโค้งเลขชี้กำลังของบราวน์ และวิธีการปรับเรียบด้วยเส้นโค้งเลขชี้กำลังที่มีแนวโน้มแบบแดม โดยใช้ราคาสุกรมีชีวิตเฉลี่ยต่อเดือนจากเว็บไซต์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2548 ถึงเดือนมกราคม 2561 จำนวน 157 ค่า ข้อมูลดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2548 ถึงเดือนมิถุนายน 2560 จำนวน 150 ค่า สำหรับการสร้างตัวแบบพยากรณ์ ชุดที่ 2 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 ถึงเดือนมกราคม 2561 จำนวน 7 ค่า สำหรับการเปรียบเทียบความถูกต้องของตัวแบบพยากรณ์ โดยใช้เกณฑ์เปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยต่ำสุดและเกณฑ์รากของค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยต่ำสุด ผลการศึกษาพบว่า จากวิธีการพยากรณ์ทั้งหมดที่ได้ศึกษา วิธีที่มีความถูกต้องมากที่สุด คือ วิธีบอกซ์-เจนกินส์ ซึ่งมีตัวแบบพยากรณ์เป็น&#13;
14.png&#13;
ด้วยเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยเท่ากับ 8.4164 และรากของค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยเท่ากับ 5.1719
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2019 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1069</guid>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>ผลที่เกิดจากการใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (GSP) ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้5 ขั้นตอนเรื่องการประยุกต์การอินทิกรัลจำกัดเขต สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1068</link>
<description>ผลที่เกิดจากการใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad (GSP) ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้5 ขั้นตอนเรื่องการประยุกต์การอินทิกรัลจำกัดเขต สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี; The Effect of Using the Geometer’s Sketchpad (GSP) Program on 5Es Inquiry Learning Activities: The Applications of Definite Integral for Undergraduate Students.
Supattra Kerdmongkon | สุภัทรา เกิดมงคล; Kanyaphak Paikhlaew | กัญญาภัค ภัยแคล้ว
การวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาโดยใช้โปรแกรม The Geometer's Sketchpad (GSP) ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน เรื่อง การประยุกต์อินทิกรัลจำกัดเขต โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้โปรแกรม พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการใช้โปรแกรม&#13;
การวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาโดยใช้โปรแกรม The Geometer's Sketchpad (GSP) ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน เรื่อง การประยุกต์อินทิกรัลจำกัดเขต โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้โปรแกรม พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60 นอกจากนี้ยังได้ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการใช้โปรแกรม
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2019 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1068</guid>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item>
<title>การพัฒนาชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1067</link>
<description>การพัฒนาชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง; Developing a Set of Videos to Promote College of Hospitality and Tourism, Rajamangala University of Technology Srivijaya, Trang Campus
Thittahn Neamchuchuen | ทิฐฐาน เนียมชูชื่น; Khunarnan Niramol | คุณอานันท์ นิรมล; Krittayakan Topithak | กฤธยากาญจน์ โตพิทักษ์
งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ให้มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดี 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ 3) เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว ก่อนและหลังรับชมชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ 4) ศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ กลุ่มตัวอย่างคือ 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีการศึกษา 2560 ในจังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ จำนวน 380 คน และ 2) ครู อาจารย์ ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) ชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง 2) แบบประเมินคุณภาพชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ 3) แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว 4) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) และเปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังรับชมวีดิทัศน์ด้วยค่าสถิติ t (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 2) ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ มีค่าเท่ากับ 0.5 3) ความรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ของกลุ่มตัวอย่างหลังรับชมวีดิทัศน์มากกว่าก่อนรับชมชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อชุดวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ฯ อยู่ในระดับมาก (= 4.39 และ 4.17)
</description>
<pubDate>Tue, 01 Jan 2019 00:00:00 GMT</pubDate>
<guid isPermaLink="false">https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1067</guid>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</channel>
</rss>
