<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel rdf:about="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1038">
<title>ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2562</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1038</link>
<description/>
<items>
<rdf:Seq>
<rdf:li rdf:resource="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1085"/>
<rdf:li rdf:resource="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1084"/>
<rdf:li rdf:resource="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1083"/>
<rdf:li rdf:resource="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1082"/>
</rdf:Seq>
</items>
<dc:date>2026-05-05T17:47:43Z</dc:date>
</channel>
<item rdf:about="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1085">
<title>ปัจจัยสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ดินนกคุ้มไฟ หมู่บ้านปงไคร้ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1085</link>
<description>ปัจจัยสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ดินนกคุ้มไฟ หมู่บ้านปงไคร้ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่; Environmental Factors Affecting the Growth of Anoectochilus burmanicus Rolfe, Ban Pong Krai, Pong Yang Sub District, Mae Rim District, Chiang Mai Province
Perada  Kaewthongprakum | พีราดา แก้วทองประคำ; Tipsuda  Tangtragoon | ทิพย์สุดา ตั้งตระกูล; Pathipan Sutigoolabud | ปฏิภาณ สุทธิกุลบุตร; Adisak  Kanpington | อดิศักดิ์ การพึ่งตน
งานวิจัยนี้เป็นการสำรวจและศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ดินนกคุ้มไฟในพื้นที่ป่าบ้านปงไคร้ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทำการวางแปลงศึกษา แบบเจาะจง 2 แบบ คือ ขนาด 2 × 2 เมตร จำนวน 9 แปลง และขนาด 10 × 10 เมตร จำนวน 1 แปลง ที่ความสูง 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป ทำการวัดความสูงจากระดับน้ำทะเล วัดอุณหภูมิของดิน วัดความเข้มแสง ทำการเก็บดินที่ความลึก 0-30 เซนติเมตร นำมาวิเคราะห์คุณสมบัติของดิน ได้แก่ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าความหนาแน่นรวม ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณไนโตรเจนในดิน ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ปริมาณโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ และปริมาณกำมะถันในดิน สำรวจจำนวนต้นที่พบในแต่ละแปลง หาค่าความหนาแน่น (Density) ของจำนวนต้นต่อหน่วยพื้นที่ บันทึกลักษณะสัณฐานวิทยาบางประการทุกต้น ได้แก่ จำนวนต้น ความสูงลำต้น ความกว้างทรงพุ่ม จำนวนข้อ จำนวนใบ ความกว้างใบ ความยาวใบ จำนวนเส้นใบ จำนวนดอกย่อยต่อช่อดอก ความยาวของช่อดอก นำมาหาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) จากการศึกษาพบว่า สภาพแวดล้อมที่มีผลทางบวกต่อความหนาแน่น (Density) ของจำนวนต้นต่อหน่วยพื้นที่ ได้แก่ ปริมาณไนโตรเจนในดิน ปริมาณแคลเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ ปริมาณกำมะถันในดิน ปริมาณอินทรียวัตถุในดินและความเข้มแสง (p&lt;0.01) ส่วนสภาพแวดล้อมที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางลบ ได้แก่ ค่าความหนาแน่นรวมของดิน ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และปริมาณโพแทสเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ (p&lt;0.01) ส่วนค่าสหสัมพันธ์เพียร์สันระหว่างสภาพแวดล้อมต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ดินนกคุ้มไฟ พบว่าอุณหภูมิของดิน มีผลทางบวกต่อจำนวนข้อของต้น (p&lt;0.01) และความกว้างใบ (p&lt;0.05) ปริมาณไนโตรเจนในดิน มีผลทางลบต่อความยาวก้านช่อดอก (p&lt;0.05) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ มีผลทางบวกต่อจำนวนดอก ความยาวของก้านช่อดอก (p&lt;0.05) มีผลทางลบต่อจำนวนข้อของต้น (p&lt;0.01) ปริมาณโพแทสเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ มีผลทางบวกต่อจำนวนข้อของต้น (p&lt;0.01) ปริมาณแคลเซียมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ มีผลทางบวกต่อจำนวนข้อของต้น (p&lt;0.01) ความกว้างใบ และจำนวนเส้นใบ (p&lt;0.05) ปริมาณกำมะถันในดิน มีผลทางบวกต่อจำนวนเส้นใบ (p&lt;0.05) จำนวนดอก ความยาวของก้านช่อดอก (p&lt;0.01) ความเป็นกรด-ด่างของดินมีความสัมพันธ์ในทิศทางบวกต่อจำนวนข้อของต้น (p&lt;0.01) จากผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมของป่าดิบเขาที่ไม่ถูกรบกวน ที่ความสูง 1000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป ดินมีความเป็นกรด-ด่างปานกลาง ปริมาณอินทรียวัตถุในดินสูง ธาตุอาหารในดินอยู่ในระดับปานกลางไปถึงสูง มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ดินนกคุ้มไฟ
</description>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1084">
<title>การรอดตายและการเติบโตของปูแสม (Episesarma singaporense) ระยะวัยรุ่นที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดต่างกัน</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1084</link>
<description>การรอดตายและการเติบโตของปูแสม (Episesarma singaporense) ระยะวัยรุ่นที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดต่างกัน; Survival and Growth of Juvenile Sesarmid Crab (Episesarma singaporense) Fed with Different Particle Size of Formulated Diets
Chanyut Sudthongkong | ชาญยุทธ สุดทองคง; Wattana Wattanakul | วัฒนา วัฒนกุล; Supparat Kong-oh | ศุภรัตน์ คงโอ; Suchart Danghnonghin | สุชาติ แดงหนองหิน; Thummarong Tunphiban | ธำมรงค์ ตันภิบาล
การวิจัยเกี่ยวกับผลของขนาดอาหารต่อการรอดตายและการเติบโตของปูแสม Episesarma singaporense ระยะวัยรุ่นได้ดำเนินการโดยการอนุบาลปูแสมระยะวัยรุ่นด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดแตกต่างกัน ผลการศึกษาพบปูแสมระยะวัยรุ่นที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดใหญ่ (เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.8 มม.) มีอัตราการรอดตายสูงกว่าปูแสมระยะวัยรุ่นที่อนุบาลด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดเล็ก (เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8 มม. และ 1.0 มม.) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.05) แต่อัตราการเติบโตของปูแสมระยะวัยรุ่นที่เลี้ยงอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดต่างกันไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&gt;0.05) อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราการเติบโตที่ดีกว่าพบในปูแสมระยะวัยรุ่นที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดใหญ่ (เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.0-2.8 มม.) เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาพัฒนาการ ปูแสมระยะวัยรุ่นที่เลี้ยงอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดต่างกันมีระยะเวลาพัฒนาการไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&gt;0.05) โดยสรุปอาหารสำเร็จรูปที่มีขนาดใหญ่ (เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.0-2.8 มม.) สามารถใช้เป็นอาหารที่เหมาะสมกับระยะวัยรุ่นของปูแสมชนิดนี้
</description>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1083">
<title>การศึกษาผลของขนาดช่องระบายความชื้นสำหรับการอบแห้งพริก ด้วยเครื่องอบแห้งพลังงานผสมผสาน</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1083</link>
<description>การศึกษาผลของขนาดช่องระบายความชื้นสำหรับการอบแห้งพริก ด้วยเครื่องอบแห้งพลังงานผสมผสาน; A Study on Size of Moisture Ventilation for Chili Drying by Hybrid Energy Dryer
Suhdee Niseng | สุห์ดี นิเซ็ง; Panumas Suybangdum | ภานุมาศ สุยบางดำ; Krisanapong Sangkhavasi | กฤษณพงค์ สังขวาสี; Supattra Pangkleang | สุพัตรา เพ็งเกลี้ยง
งานวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขนาดช่องระบายความชื้นที่เหมาะสมต่อการอบแห้งพริกด้วยพลังงานไฟฟ้าและการใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับแสงอาทิตย์ ซึ่งจะส่งผลต่อความชื้นที่เหลือและอัตราความเร็วในการอบแห้ง จากการทดสอบ 2 เงื่อนไข ด้วยการปรับขนาดช่องระบายความชื้นที่แตกต่างกันคือ 32 64 96 และ 128 ตารางเซนติเมตร ตามลำดับ ควบคุมอุณหภูมิในการอบแห้ง 70±3 ºC ใช้เวลาอบแห้ง 5 ชั่วโมง พบว่า เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการอบแห้งด้วยพลังงานไฟฟ้า ด้วยการเปิดช่องระบายความชื้น 96 ตารางเซนติเมตร สามารถลดน้ำหนักพริกจาก 800 กรัม เหลือ 125 กรัม ความชื้นในพริกเหลือ 10.63 % มาตรฐานความชื้นแห้ง อัตราความเร็วการอบแห้ง 1.04 % ความชื้นที่ออก/นาที ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 10.8 หน่วย ในขณะที่เงื่อนไขที่เหมาะสมของการอบแห้งด้วยพลังงานไฟฟ้าร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการเปิดช่องระบายความชื้น 96 ตารางเซนติเมตร สามารถลดน้ำหนักพริกจาก 800 กรัม เหลือ 232.5 กรัม ความชื้นในพริกเหลือ 13.10 % มาตรฐานความชื้นแห้ง อัตราความเร็วการอบแห้ง 1.05 % ความชื้นที่ออก/นาที ใช้พลังงานไฟฟ้า 20.8 หน่วย จึงสรุปได้ว่าการระบายความชื้นที่เหมาะสมทำให้ความชื้นภายในวัสดุและอัตราการอบแห้งลดลงได้เร็วขึ้น และการอบแห้งทั้ง 2 เงื่อนไขเหมาะสำหรับการทำพริกแห้งเนื่องจากความชื้นที่เหลือในพริกแห้งมีค่าใกล้เคียงกันผ่านเกณฑ์มาตรฐานพริกแห้ง
</description>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
<item rdf:about="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1082">
<title>ระบบควบคุมสารละลายธาตุอาหารแบบอัตโนมัติสำหรับปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ ด้วย Internet of Things (IoT)</title>
<link>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/1082</link>
<description>ระบบควบคุมสารละลายธาตุอาหารแบบอัตโนมัติสำหรับปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ ด้วย Internet of Things (IoT); Automatic Nutrient Solution Control System for Planting Hydroponics Vegetables with Internet of Things (IoT)
Pornkid Unkaw | พรคิด อั้นขาว
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคโนโลยีมาลดภาระการทำงาน ลดต้นทุนการผลิตการปลูกผักสลัด และสามารถใช้งานได้ง่ายอย่างเหมาะสมสำหรับเกษตรกร โดยการสร้างเว็บแอพพลิเคชันร่วมกับอุปกรณ์ Arduino UNO R3 สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ วัดระดับน้ำ วัดค่า Potential of Hydrogen ion (pH) และวัดค่า Electrical Conductivity (EC) โดยนำค่าจากการวัดไปจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ผ่านเว็บเซอร์เวอร์ ด้วยเทคโนโลยีระบบ Internet of Things (IoT) ระบบจะทำการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผักไฮโดรโพนิกส์แต่ละชนิดโดยอัตโนมัติ จากการพัฒนาระบบ พบว่าระบบควบคุมสารละลายสามารถปรับค่าสารละลายแบบอัตโนมัติได้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด เกษตรกรสามารถใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือเข้าถึงระบบควบคุมการปลูกผักผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาทุกสถานที่ เกษตรกรสามารถเข้าไปตรวจสอบ และแก้ปัญหาได้ทันเวลา ผลการทดลองการปลูกผักสลัด 3 ชนิด คือ เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค และกรีนบัตเตอร์เฮด โดยศึกษาความสูงต้น จำนวนใบ ความกว้างทรงพุ่ม และน้ำหนักสดในวันที่เก็บเกี่ยวผลผลิต ที่ปลูกในระบบปลูกโดยระบบควบคุมสารละลายธาตุอาหารอัตโนมัติด้วย IoT พบว่ามีค่าไม่แตกต่างทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับผักสลัดที่ปลูกในระบบปลูกโดยเกษตรกร (p &gt; 0.05)
</description>
<dc:date>2019-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</item>
</rdf:RDF>
