<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<title>สาขาบริหารธุรกิจ</title>
<link href="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/47" rel="alternate"/>
<subtitle/>
<id>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/47</id>
<updated>2026-04-23T18:32:14Z</updated>
<dc:date>2026-04-23T18:32:14Z</dc:date>
<entry>
<title>กระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์ทางการเงินแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านเขาหลัก จังหวัดตรัง</title>
<link href="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/3702" rel="alternate"/>
<author>
<name>Kannika Buathongrueang | กรรณิกา บัวทองเรือง</name>
</author>
<id>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/3702</id>
<updated>2021-11-17T04:48:31Z</updated>
<published>2020-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">กระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์ทางการเงินแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านเขาหลัก จังหวัดตรัง; A Process of Participatory Financial Strategic Plan for Developing Community-Based Tourism at Khaolak,Trang Province
Kannika Buathongrueang | กรรณิกา บัวทองเรือง
</summary>
<dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>วิเคราะห์ความคุ้มค่าทางการเงินจากการลงทุนเลี้ยงแพะขุนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง</title>
<link href="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/2704" rel="alternate"/>
<author>
<name>Kannika Buathongrueang | กรรณิกา บัวทองเรือง</name>
</author>
<author>
<name>Jiratchaya Bunchuay | จิรัชญา บุญช่วย</name>
</author>
<id>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/2704</id>
<updated>2021-05-31T03:14:07Z</updated>
<published>2018-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">วิเคราะห์ความคุ้มค่าทางการเงินจากการลงทุนเลี้ยงแพะขุนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง; Analysis of financial value in investment for fattening goats in community enterprises of Trang province
Kannika Buathongrueang | กรรณิกา บัวทองเรือง; Jiratchaya Bunchuay | จิรัชญา บุญช่วย
การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางการเงินจากการลงทุนเลี้ยงแพะขุน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใน จังหวัดตรัง เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของการเลี้ยงแพะขุน และศึกษาต้นทุน ผลตอบแทน และความคุ้มค่าทางการเงินจากการลงทุนเลี้ยงแพะขุนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง ผลการวิจัย พบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะขุนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 35-50 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นับถือศาสนาอิสลาม มีประสบการณ์ เลี้ยงแพะมากกว่า 3 ปี แหล่งที่มาของแพะส่วนใหญ่ซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ มาจากแหล่งจังหวัดใกล้เคียง สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ พันธุ์ผสม ลักษณะการเลี้ยงแพะในจังหวัดตรังเป็นแบบ โรงเรือนยกพื้นแบบมีร่อง กึ่งขังกึ่งปล่อย แหล่งอาหารของแพะเป็นการผสมระหว่างอาหารส าเร็จรูป และวัตถุดิบจากธรรมชาติ ต้นทุนของการเลี้ยงแพะส่วนใหญ่เป็นต้นทุนด้านโรงเรือน ค่าพันธุ์แพะ ค่า เครื่องสับหญ้า ส่วนค่าใช้จ่ายในการด าเนินงาน ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าแรงงาน ค่าอาหาร ค่ายารักษาโรค ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง และค่าวัสดุสิ้นเปลือง ตามล าดับ รายได้ 87 % มาจากการจ าหน่าย เนื้อแพะ ที่เหลือ 13 % มาจากการจ าหน่ายมูลแพะ มีระยะเวลาคืนทุน 1.23 ปี มูลค่าปัจจุบันเท่ากับ 8,741.50 บาท อัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุน เท่ากับ 1.17 และอัตราผลตอบแทนภายใน เท่ากับร้อยละ 9.40 การลงทุนในโครงการเลี้ยงแพะขุนของวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรังมีความคุ้มค่า สามารถยอมรับการลงทุนได้ในเชิงธุรกิจ
</summary>
<dc:date>2018-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการไม่รับงานตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีในประเทศไทย</title>
<link href="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/2703" rel="alternate"/>
<author>
<name>Rarin Khuawaraphan | ระริน  เครือวรพันธุ์</name>
</author>
<id>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/2703</id>
<updated>2021-05-31T03:02:39Z</updated>
<published>2018-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการไม่รับงานตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีในประเทศไทย; Factors influencing not accepting audit work of tax auditors in Thailand
Rarin Khuawaraphan | ระริน  เครือวรพันธุ์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยความเสี่ยงในการปฏิบัติงานสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากรในประเทศไทย กำหนดกลุ่มตัวอย่างตามวิธีของ R.V.Krejcie และ D.W.Morgan ได้กลุ่มตัวอย่าง 345 ราย สถิติที่ใช้ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมติฐานด้วย One-way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 72.2 มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.2 ปริญญาโทหรือสูงกว่า คิดเป็นร้อยละ 52.8 ผู้สอบบัญชีภาษีอากรอิสระ คิดเป็นร้อยละ 82.0 มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบบัญชีภาษีอากร ระหว่าง 3 –10 ปี คิดเป็นร้อยละ 33.3 จำนวนงบการเงินที่รับรอง น้อยกว่า 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.1 ส่วนใหญ่ไม่มีผู้ช่วยในการปฏิบัติงานตรวจสอบ คิดเป็นร้อยละ 59.4 วิธีการศึกษาหาความรู้ในการตรวจสอบงบการเงินมาจากอบรม/สัมมนา คิดเป็นร้อยละ 63.2 2) ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความเสี่ยงในการปฏิบัติงานสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากร อยู่ในระดับมาก โดยการตรวจสอบ ระดับความเสี่ยงในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.72 รองลงมา ด้านการวางแผนการตรวจสอบ ระดับความเสี่ยงในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.54 ด้านการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ระดับความเสี่ยงในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.50 3) ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า จากการทดสอบสมติฐานพบว่าจำนวนลูกค้าที่แตกต่างกันมีผลต่อการกำหนดขอบเขตงานสอบบัญชี การกำหนดช่วงเวลาในการตรวจสอบ และการทำความเข้าใจในระบบการควบคุมภายในที่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ .05
</summary>
<dc:date>2018-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
<entry>
<title>สำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี (เทียบโอน) ที่มีต่อกิจกรรมเสริมทักษะควบคู่กับการเรียนการสอน</title>
<link href="https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/2689" rel="alternate"/>
<author>
<name>Chayanun Klawplod | ชยนรรจ์ ขาวปลอด</name>
</author>
<id>https://www.repository.rmutsv.ac.th/handle/123456789/2689</id>
<updated>2021-05-30T15:13:15Z</updated>
<published>2011-01-01T00:00:00Z</published>
<summary type="text">สำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี (เทียบโอน) ที่มีต่อกิจกรรมเสริมทักษะควบคู่กับการเรียนการสอน
Chayanun Klawplod | ชยนรรจ์ ขาวปลอด
</summary>
<dc:date>2011-01-01T00:00:00Z</dc:date>
</entry>
</feed>
